เส้นเลือดขอด รักษาได้ถ้าเข้าใจสาเหตุ สังเกตอาการ วิธีรักษา และวิธีป้องกัน

ทำความรู้จักกับโรคเส้นเลือดขอด อาการของเส้นเลือดขอด สาเหตุที่ทำให้เกิดเส้นเลือดขอด วิธีการป้องกันและรักษาเส้นเลือดขอดที่ถูกต้อง

โรคเส้นเลือดขอดคืออะไร ?

โรคเส้นเลือดขอด (Varicose Veins) เกิดจากความผิดปกติของหลอดเลือดดำ ซึ่งเป็นส่วนของลิ้น ที่ทำหน้าที่เปิดปิดส่งเลือดจากขาขึ้นไปสู่หลอดเลือดดำใหญ่ ความผิดปกตินี้เป็นตัวการที่ทำให้เลือด ไม่สามารถลำเลียงเข้าสู่หัวใจได้ทั้งหมด เกิดการย้อนกลับมา ค้างอยู่ในหลอดเลือด ทำให้มีลักษณะคดเคี้ยวจนผิดปกติ

สาเหตุที่ทำให้เกิดโรคเส้นเลือดขอด

โรคเส้นเลือดขอดนี้เกิดจากความ ความอ่อนแอของโครงสร้างผนังเส้นเลือดดำ ซึ่งในขาของเรานั้นจะมีลิ้นซึ่งแยกเป็น 2 แฉก คล้ายกับถ้วยเล็กๆ อยู่ภายใน โดยปกติลิ้นพวกนี้จะอยู่ห่างจากกันประมาณ 2 นิ้ว และจะทำหน้าที่เปิดออกให้เลือดไหลไปสู่หัวใจ และจะเปิดไปในทิศทางเดียวกัน คือเลือดไม่สามารถย้อนกลับมาได้ แต่สำหรับผู้ที่เป็นเส้นเลือดขอดนั้นแฉกของลิ้นจะอยู่ห่างกัน เลือดที่ไหลขึ้นไป ก็มีโอกาลที่จะไหลย้อนกลับมาทำให้เส้นเลือดโป่งหรือนูนออกมาเป็น เส้นคดเคี้ยวไปมาแบบผิดรูปหรือเป็นคล้ายกับใยแมงมุม มีสีเขียว สีแดงหรือสีม่วง ตามอาการของแต่ละคน

ปัจจัยส่วนใหญ่ของคนที่เป็นโรคเส้นเลือดขอด จะเกิดจากอะไรได้บ้าง

1.อายุที่เพิ่มมากขึ้น จะทำให้ผนังหลอดเลือดดำขาดความยืดหยุ่น และลิ้นเล็ก ๆ ภายในหลอดเลือดเสื่อม ไม่สามารถปิดกั้นการไหลย้อนกลับของเลือดได้ ทำให้เกิดการคั่งของหลอดเลือดได้

2.คนที่ต้องยืนหรือเดินนานๆ ส่วนใหญ่จะขึ้นอยู่กับอาชีพ เช่น หมอ พยาบาล พนักงานขาย แอร์โฮสเตส
อาชีพเหล่านี้เสี่ยงต่อการเป็นเส้นเลือดขอดเป็นอย่างมาก เพราะการที่เรายืน แรงดึงดูดของโลก จะดึงดูดเลือดที่อยู่ในเส้นเลือดให้ลงไปอยู่จุดศูนย์กลางของโลก ทำให้เลือดอยู่ที่ต่ำสุดของร่างกาย ก็คือขา ที่จะมีแรงดันมากที่สุด พอไปร่วมกับความปิดปกติของลิ้นเส้นเลือด ก็ทำให้เส้นลือดโป่งแล้วกลายเป็นเส้นเลือดขอดในที่สุด

3.หญิงตั้งครรภ์ จะเกิดการอุดตัน การปรับของเส้นเลือดดำ เนื่องจากการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมนและมดลูกที่โตขึ้น นอกจากนั้นยังเกิดจากน้ำหนักที่เพิ่มมากขึ้นในขณะตั้งครรภ์ ความดันภายในทำให้เลือดไหลกลับไปช้าลง ซึ่งอาการเส้นเลือดขอดนี้ จะหายได้เองภายใน 3 เดือนหลังจากคลอดลูกแล้ว

4.น้ำหนักที่มากเกินไป ทำให้เกิดแรงดันที่สูงขึ้นภายในหลอดเลือดบริเวณขา เป็นสาเหตุให้เกิดเส้นเลือดขอดที่ขาได้ ดังนั้นควรหมั่นออกกำลังกายหรือปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการกิน ก็จะช่วยน้ำหนักตัวลดลงได้

5.พันธุกรรม สำหรับบุคคลที่คนในครอบครัวเป็นเส้นเลือดขอดมาก่อน ก็จะยิ่งมีความเสี่ยงในการเป็นเล้นเลือดขอด มากกว่าคนทั่วไปถึง 2 เท่า และที่สำคัญคือพฤติกรรมการใช้ชีวิต และอาหารการกินร่วมด้วย

6.ผู้ที่ขาดการออกกำลังกาย บางทีการไม่ค่อยได้เคลื่อนไหวร่างกาย อาจทำให้กล้ามเนื้อและหลอดเลือดบริเวณที่ขา เกิดการเสื่อมประสิทธิภาพขึ้นมาได้ ก็จะทำให้การไหลเวียนของเลือดติดขัดไปด้วย

อาการของโรคเส้นเลือดขอด

ในส่วนของอาการของโรคเส้นเลือดขอด แบ่งเป็น 6 ระดับด้วยกัน ตั้งแต่ระยะเบาจนไปถึงระยะหนักและอาจจะถึงขั้นเสียชีวิต 

  • ระดับที่ 1 ไม่พบเส้นเลือดที่ผิดปกติ เเต่จะมีอาการหนักและชาบริเวณขา
  • ระดับที่ 2 เป็นเส้นเลือดขอดเล็กๆ เป็นเหมือนใยแมงมุม และมองเห็นได้ชัดขึ้น
  • ระดับที่ 3 เส้นเลือดขอดนั้น มีขนาดที่ใหญ่ขึ้น เป็นเส้นนูนขึ้นมาและคดเคี้ยว
  • ระดับที่ 4 มีอาการเจ็บปวด ขาบวม ปวดเมื่อย
  • ระดับที่ 5 ผิวหนังบริเวณขาจากนิ่มๆ จะกลายเป็นแข็งกระด้าง สีของผิวก็จะเข้มขึ้นไปจนถึงดำ
  • ระดับที่ 6 เกิดรอยแผลเป็นแบบเรื้อรัง จากขาเล็กๆ ก็จะบวมใหญ่ขึ้น

ปัจจัยอื่นๆของอาการโรคเส้นเลือดขอดในแต่ละคน 

  • อายุ เป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้เกิดความเสี่ยงได้สูงถึง 70 %
  • ประวัติครอบครัวที่เคยป่วยเป็นโรคเส้นเลือดขอด
  • คนที่ต้องทำงานยืนหรือนั่งติดต่อกันเป็นเวลานาน
  • อาหารหรือยาบางชนิด เป็นตัวกระตุ้น

ปัจจัยอื่นๆของอาการโรคเส้นเลือดขอดในแต่ละคน 

  • อายุ เป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้เกิดความเสี่ยงได้สูงถึง 70 %
  • ประวัติครอบครัวที่เคยป่วยเป็นโรคเส้นเลือดขอด
  • คนที่ต้องทำงานยืนหรือนั่งติดต่อกันเป็นเวลานาน
  • อาหารหรือยาบางชนิด เป็นตัวกระตุ้น

การสังเกตอาการเบื้องต้นของโรคเส้นเลือดขอด

เราสามารถสังเกตอาการเบื้องต้นได้ว่า เราอยู่ในกลุ่มบุคคลที่มีความเสี่ยงหรือไม่ เช่น ถ้าเราเดินหรือยืนนานๆ เราจะมีอาการเป็นตะคริว ปวดเมื่อยบริเวณขา ปวดตึงบริเวณน่อง หรือมีอาการขาบวมร่วมด้วย ก็มีแนวโน้มว่าโรคเส้นเลือดขอดได้มาเยือนเราแล้ว 

โรคเส้นเลือดขอด ส่วนใหญ่เป็นโรคที่พบได้บ่อยคือประมาณ 10-20% แต่ด้วยความที่ในระยะแรกๆ ไม่แสดงอาการให้เห็น การป้องกันจึงช้าไป พอรู้ตัวอีกทีก็เห็นเป็นเส้นเลือดนูนและคดเคี้ยว เพราะฉะนั้นถ้าเริ่มมีอาการปวดบวม ตึงหรือชาบริเวณขาก็ควรไปปรึกษาแพทย์แล้วรีบสวมถุงน่องรักษาเส้นเลือดขอด ซึ่งเป็นถุงน่องทางการแพทย์ไว้แต่เนิ่นๆ ก็จะช่วยป้องกันไม่ให้โรคเส้นเลือดขอดรุนแรงและเป็นอันตรายถึงแก่ชีวิตได้

อาการเส้นเลือดขอดมักพบในเพศหญิงที่มีอายุระหว่าง 40 – 50 ปี ผู้สูงอายุ คนที่มีน้ำหนักตัวมาก หรือหญิงมีครรภ์ แต่คนที่มีอายุน้อยๆ
ก็ไม่ควรชะล่าใจเพราะก็เสี่ยงต่ออาการเส้นเลือดขอดได้เช่นกัน

เพศหญิง มีโอกาสเป็นโรคนี้ได้ มากกว่าเพศชาย ถึง 3 เท่า
โดยเฉพาะอาชีพที่ต้องยืนหรือนั่งนานๆ เช่น พนักงานต้อนรับ พนักงานร้านอาหาร ทันตแพทย์ ครูอาจารย์ พนักงานในห้างสรรพสินค้า พนักงานบริษัท ที่ต้องนั่งทำงานเป็นเวลาระยะเวลานานๆ

คำแนะนำหลังจากสังเกตอาการเส้นเลือดขอด

มาถึงคำถามยอดฮิตของสาวๆ หลายๆ คน คือเวลาที่เราเป็นเส้นเลือดขอดแล้ว มักจะมีอาการเจ็บที่บริเวณหลอดเลือดดำ ซึ่งมีการโป่งออกของเส้นเลือด หรือถ้าเป็นมากกว่านั้นก็จะมีอาการเจ็บปวดไปทั่วทั้งบริเวณขา เป็นอาการที่ทรมานและจะเป็นมากขึ้น เมื่อเราต้องยืนเป็นเวลานานๆ หรือก่อนที่จะมีประจำเดือน เพราะช่วงนี้ฮอร์โมนในร่างกายมีการเปลี่ยนแปลง และอาการจะแย่ลงมากขึ้นในช่วงฤดูร้อน
การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมโดยการขยับร่างกายให้บ่อยครั้ง รวมถึงการนอนก็ควรจะยกขาสูง จะช่วยบรรเทาอาการปวดขาได้

สำหรับคนที่ปวดมากๆ หรือทรมานจนทนไม่ไหว ก็แนะนำว่าควรไปพบแพทย์ เพราะจริงอยู่ที่เส้นเลือดขอดเป็นปัจจัยที่ทำให้เกิดอาการปวดขาได้ แต่ก็ยังมีอีกหลายๆ โรคที่สามารถทำให้เกิดการปวดขาได้ด้วยเหมือนกัน แต่ถ้าพบแพทย์แล้ว แพทย์ได้วินิจฉัยว่าเป็นเส้นเลือดขอดแล้วนั้น แนวทางการรักษาก็มีหลากหลายวิธี เช่น วิธีการรักษาโดยไม่ต้องผ่าตัด การรักษาโดยการฉีดสารระคายเคืองเข้าที่เส้นเลือดขอด การผ่าตัดหรือแม้แต่การใส่ถุงน่องทางการแพทย์ ถุงน่องป้องกันเส้นเลือดขอด ที่ช่วยทำให้เลือดไหลเวียนได้สะดวก

ทั้งนี้แนวทางการรักษานั้นก็ต้องขึ้นอยู่กับระดับอาการและความรุนแรงของแต่ละบุคคลด้วย บางคนอาจต้องใช้ระยะเวลาในการรักษามากหรือน้อยต่างกันไป ตามแต่อาการและระดับความรุนแรงของโรค เพราะฉนั้นสาวๆ ก็อย่าเพิ่งตื่นตระหนก เพราะก็มีหลายๆ คนที่ไม่ต้องพี่งการผ่าตัด แต่เพียงแค่เวลานอนให้ยกขาสูงกว่าตัวเล็กน้อย และใส่ถุงน่องรักษาเส้นเลือดขอด แต่การใส่ถุงน่องป้องกันนั้นก็จำเป็นต้องปรับเปลี่ยนพฤติกรรมในการใช้ชีวิตร่วมด้วย เช่น ออกกำลังกายให้มากขึ้น พยายามเลี่ยงการใส่ส้นสูง หรือถ้ารู้สึกตัวว่าเรากำลังยืนหรือนั่ง เป็นระยะเวลานานๆ ก็ต้องพยายามขยับขาหรือยืดขา เป็นต้น

วิธีการรักษาเส้นเลือดขอด

การฉีดยาเข้าเส้นเลือดดำที่ขอด

การรักษาด้วยวิธีการฉีดยาเข้าเส้นเลือดดำนี้เหมาะกับ เส้นเลือดขอดที่มีขนาดเล็กกว่า 3 มิลลิเมตร และเส้นเลือดยังไม่มีการนูน บวมหรือคดเคี้ยว หลังจากฉีดสารแล้ว ควรสวมใส่ถุงน่องป้องกันเส้นเลือดขอด ในการบีบรัด เพื่อให้ยาที่ฉีดเข้าไปได้ผลดี และช่วยให้หลอดเลือดไหลเวียนได้สะดวกขึ้น แต่วิธีนี้เป็นการรักษาที่ไม่ขาดหาย ในระยะยาวอาจกลับมาเป็นซ้ำอีก และอาจมีผลข้างเคียงตามมาด้วย เช่น อาจมีอาการปวด บวมแดง มีเลือดออก หรือรอยคล้ำ ตามแนวเส้นเลือดที่ฉีด

การรักษาโดยการผ่าตัด

เป็นการผ่าตัดโดยการดึงเอาเส้นเลือดที่ขอด ออกไปตลอดทั้งเส้น การทำแบบนี้คือการป้องกัน การกลับมาเป็นซ้ำอีก การรักษาโดยวิธีนี้ สำหรับคนที่เป็นขั้นรุนแรง เส้นเลือดขอดที่มีขนาดใหญ่และยาวมาก โดยมีเส้นเลือดขอด ประมาณ 4-6 มิลลิเมตร มีอาการปวดขา เลือดออก มีแผลเรื้อรังร่วมด้วย วิธีนี้ก็มีผลข้างเคียง เช่น อาจทำให้เนื้อเยื่อบริเวณนั้น หรือบริเวณข้างเคียงเสียหายได้ และเกิดแผลหลังการผ่าตัด ก็ต้องดูแลให้ดีเป็นพิเศษ

การรักษาเส้นเลือดขอดด้วยการเลเซอร์

การเลเซอร์รักษาโรคเส้นเลือดขอด คือการใช้เครื่องเลเซอร์ ที่มีความยาวคลื่น 1,064 นาโนเมตร วิธีนี้เป็นการรักษาที่ไม่เกิดบาดแผล มีความปลอดภัยและรวดเร็ว และเจ็บตัวน้อยที่สุด คนที่มีเส้นเลือดขอด ขนาดเล็กกว่า 3 มิลลิเมตร วิธีนี้จะเหมาะมาก เพราะแสงเลเซอร์จะเข้าไปทำลายผนังเส้นเลือด ให้สลายหายไป แต่วิธีนี้จำเป็นต้องทำหลายครั้ง ในทุกๆ 6-12 สัปดาห์ และต้องทำต่อเนื่องไปนานหลายปี จนเส้นเลือดขอดหายไปจริงๆ

การรักษาเส้นเลือดขอดโดยคลื่นความถี่วิทยุ

วิธีนี้จะใช้การเจาะผ่านรูเข็มขนาดเล็ก แล้วใส่ไปในขดลวดขนาดเล็ก โดยคลื่นตัวนี้จะไปทำให้ผนังเส้นเลือดดำฝ่อลง แต่หลังจากทำไปแล้ว ก็ต้องคอยสังเกตอาการอีกที เพราะอาจจะกลับมาเป็นซ้ำได้อีก การรักษาด้วยคลื่นความถี่วิทยุนี้ ไม่ทำให้เจ็บปวด ใช้เวลาไม่นาน ไม่มีผลกระทบกับชีวิตประจำวัน และหลังจากการรักษา ควรใส่ถุงน่องเส้นเลือดขอดร่วมด้วย และต้องใส่ในทุกๆ วันเป็นอย่างเป็นประจำและสม่ำเสมอ

การทานยาเพื่อบรรเทาอาการเส้นเลือดขอด

เป็นยาในกลุ่มไดออสมินและเฮสเพอริดิน เป็นตัวยาที่จะยับยั้งกระบวนการอักเสบให้ลดลง และช่วยให้ลิ้นในหลอดเลือดดำ กลับมาเป็นปกติ

การใส่ถุงน่องทางการแพทย์ หรือ ถุงน่องป้องกันเส้นเลือดขอด

(วิธีการที่เจ็บตัวน้อยที่สุด และรักษาได้จริง) ถุงน่องเส้นเลือดขอดจะทำหน้าที่ในการบีบรัดบริเวณขาเวลาที่เราเดินหรือยืน ระดับแรงดันที่แนะนำคือ Class 2 (20-35 mmHg) ซึ่งเป็นระดับที่แพทย์ แนะนำให้ใช้

อัตราค่าบริการ รักษาเส้นเลือดขอด

ในส่วนของค่าบริการรักษาเส้นเลือดขอดแต่ละที่ก็แตกต่างกันออกไปตามการบริการ ความสะดวกสบาย ความรวดเร็ว 

รักษาเส้นเลือดขอดโรงพยาบาลรามาธิบดี

โรงพยาบาลรามา มีหมอที่เป็นอาจารย์หมอเก่งๆอยู่มากมาย ข้อเสนอแนะของทางเว็บแนะนำให้โทรเข้าไปที่เบอร์ 02-201-1000 เพื่อติดต่อสอบถามข้อมูลในการรักษาเบื้องต้นและจองคิวรักษากับอาจารย์หมอที่ต้องการ อัตราค่าบริการรักษาโรคเส้นเลือดขอดโรงพยาบาลรามาอยู่ที่ 2000-50000 บาท

รักษาเส้นเลือดขอดโรงพยาบาลศิริราช

หลายๆคนแนะนำให้ไปหาหมอ เฉนียน ที่ศิริราช รักษาโรคเส้นเลือดขอดในเบื้องต้นจนถึงการผ่าตัด
ในส่วนของค่าบริการรักษาเส้นเลือดขอดโรงพยาบาลศิริราช ค่าหมอและค่ายาที่ฉีดครั้ง ราคา ไม่เกิน 2000 บาท
แนะนำให้ผู้ที่ต้องการรักษาเข้าพบแพทย์และทำการจองคิวไว้ก่อนเพราะต้องรอคิวนานมาก

รักษาเส้นเลือดขอดโรงพยาบาลจุฬา

หากเป็นคนไข้ที่ไม่ฉุกเฉิน ไม่จำเป็นต้องรักษาด่วนแนะนำให้โทรไปสอบถามและจองคิวผ่านโทรศัพท์(ไม่แน่ใจว่ายังมีอยู่การจองคิวผ่านโทรศัพท์อยู่หรือไม่) เพราะหาก walk in เข้าไปตรวจอาจจะต้องรอเป็นระยะเวลานาน อัตราค่าบริการรักษาเส้นเลือดขอดโรงพยาบาลจุฬา ประมาณ 5000-30000 บาท

คลินิครักษาเส้นเลือดขอด

แนะนำให้หาคลินิครักษาเส้นเลือดขอดบริเวณใกล้บ้านก่อน เพื่อเป็นความสะดวกแก่คนไข้ในการรักษา เพราะหลังการรักษาจะให้งดใช้ขาเป็นเวลาสั้นๆ การหาคลินิคที่ใกล้ที่สุด วิธีการที่ง่ายที่สุดโดยการค้นหาบน google.com แล้วค้นหาคำว่า คลินิครักษาเส้นเลือดขอด ใกล้ฉัน หรือคลิก ที่นี่ !

การดูแลรักษาและป้องกันตัวเองจากเส้นเลือดขอด

  1. ไม่ควรยืนนิ่งอยู่กับที่หรือเดินเป็นเวลานานๆ ควรเปลี่ยนอิริยาบถบ่อยๆ ค่อยๆ ปรับเปลี่ยนไป นึกขึ้นได้ก็ขยับร่างกายที ก็จะช่วยในเบื้องต้นได้

  2. หลีกเลี่ยงบริเวณขา ไม่ให้สัมผัสกับความร้อน เช่น การอาบแดดนานๆ การแช่หรืออาบน้ำร้อน เพราะความร้อนก็จะทำให้หลอดเลือดขยาย เป็นเส้นเลือดขอดได้

  3. หากต้องเดินหรือยืนเป็นเวลานาน โดยที่ไม่สามารถเลี่ยงได้ ควรสวมถุงน่องที่ช่วยพยุง และกระชับกล้ามเนื้อบริเวณขา ซึ่งมีแรงบีบรัดไม่น้อยกว่า 30 มิลลิเมตรปรอท และควรสวมตั้งแต่เท้าจนถึงเหนือเข่า หรือจะเป็นแบบเต็มตัวไปเลยก็จะยิ่งดี

  4. การออกกำลังกายเพื่อให้หลอดเลือดมีความแข็งแรง ไม่เสื่อมประสิทธิภาพก่อนเวลาอันควร เช่น ว่ายน้ำ วิ่ง หรือ ขี่จักรยาน พยายามหลีกเลี่ยงกีฬารุนแรง เพราะอาจจะทำให้กล้ามเนื้อหรือหลอดเลือดฉีกขาดได้

  5. ยกเท้าสูง ประมาณ 12-15 เซนติเมตร หรือสูงกว่าระดับหัวใจ ในขณะที่นอนราบ อาจจะใช้หมอนวางช่วยหนุนบริเวณขา จะได้ผ่อนคลาย ไม่ปวด และสบายยิ่งขึ้น

อาหารที่เป็นประโยชน์สำหรับผู้ที่เป็นโรคเส้นเลือดขอด

โรคเส้นเลือดขอดนั้น ในแต่ละคนอาการที่เป็นก็อาจจะแตกต่างกันไป บางคนเป็นเส้นเลือดฝอยเยอะและกระจายทั่วบริเวณขา บางคนขึ้นเป็นเส้นคดเคี้ยว หรือบางคนเส้นคดเคี้ยวนั้น ปูดและบวมนูนออกมา ซึ่งถ้าเป็นอาการแบบนี้แล้ว แสดงว่าอยู่ในระยะลุกลาม หากปล่อยทิ้งไว้ไม่รักษาอาการก็จะยิ่งทวีความรุนแรงมากยิ่งขึ้น คือ สีของผิวหนังบริเวณขา อาจเปลี่ยนเป็นสีน้ำตาลเข้มหรือสีดำ ผิวหนังบริเวณขาแข็งกระด้างมากขึ้น เริ่มมีแผลเรื้อรังตามมา

แต่โรคเส้นเลือดขอดไม่ได้อันตรายอย่างที่คิด เพราะเราสามารถป้องกันได้ โดยการออกกำลังกาย และรับประทานอาหารที่มีประโยชน์

  1. กระเทียม มีสารช่วยกระตุ้นการไหลเวียนของเลือด ให้ทำงานอย่างมีประสิทธิภาพ ป้องกันการคั่งตัวของเลือด
  2. ผลไม้ตระกูลเบอร์รี่ ประกอบไปด้วยสารต้านอนุมูลอิสระ เช่น วิตามินซี ไบโอฟลาโวนอยด์ ซึ่งช่วยให้ผนังเส้นเลือดฝอยแข็งแรง ป้องกันเส้นเลือดขอด และทำให้เส้นเลือดขอดจางลง
  3. ฝรั่ง ส้ม และกีวี่ เป็นผลไม้ที่มีวิตามินซีสูงมาก ซึ่งวิตามินซีจะช่วยให้ผนังหลอดเลือดแข็งแรง และป้องกันเส้นเลือดขอดได้ด้วย
  4. ข้าวสาลี มีสารอาหารสำคัญอย่าง rutin ทำงานร่วมกับวิตามินซีและโฟเลต ช่วยให้หลอดเลือดทำงานอย่างมีประสิทธิภาพ ช่วยให้ระบบการไหลเวียนเลือดดีขึ้น และช่วยให้ระบบการไหลเวียนเลือดทำงานดีขึ้น
  5. น้ำมันมะกอก นักวิจัยเชื่อกันว่าดีต่อหัวใจ สามารถช่วยลดอาการเส้นเลือดขอดได้ด้วย เพราะมีวิตามินอี และ วิตามินอี สูง ช่วยขยายหลอดเลือดฝอย ไม่ให้เลือดแข็งตัว ช่วยให้ระบบการไหลเวียนเลือดดีขึ้น

>